Facebookหน้าแรก|บุคลากร|ข่าวประชาสัมพันธ์|เอกสารดาวน์โหลด|บทความและผลงานวิชาการ|ภาพกิจกรรม|วิดีโอกิจกรรม|สมุดเยี่ยม|แผนที่view 28296 View view 54.80.230.32 rss feed
 
 

ข่าวหัวเรื่อง : ศธ.จัดอบรมรวมพลังสร้างสรรค์ทีม "MOE One Team"
บันทักเมื่อ 21/11/2016  จำนวนผู้เข้าชม 154 ครั้ง

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 476/2559
ศธ.จัดอบรมรวมพลังสร้างสรรค์ทีม "MOE One Team"


กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Group) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork for education: Transformation Ministry of Education in collaboration with C.P. Group) ภายใต้คอนเซ็ปท์  "MOE One Team" ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 ที่ C.P.Leadership Institute (CPLI) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อมุ่งหวังสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในทีมกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยกลยุทธ์สลาย "ไซโล" รวมทั้งระดมความคิด วางนโยบาย และประสานการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีผู้บริหารระดับ Top Team กว่า 80 ท่านของทั้งสององค์กรได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านรูปแบบ Action Learning หรือการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง

ภาพเพิ่มเติม: Facebook "ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี"

• วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน 2559

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางพร้อมกันโดยรถบัสสองชั้น (Double-decker) จากกระทรวงศึกษาธิการ ไปยังสถาบันพัฒนาผู้นำซีพี หรือ CPLI เพื่อเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559

ในการนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ ม.ล.ปริยดา ดิศกุล รวมทั้งคณะผู้บริหารทั้งสององค์กร ให้ความสนใจเยี่ยมชม CPLI ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้นโยบายของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสถาบันการพัฒนาบุคลากรระดับโลก เพื่อให้บุคลากรของ C.P. เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมและเวทีโลกอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน


• วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2559

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พล.ต.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ (ซี 9-10-11) ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” หรือ MOE One Team ร่วมกับผู้บริหารระดับ CEO ของ C.P.Group โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์, นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการฝึกอบรมครั้งนี้ โดยมีวิทยากรระดับโลกมาให้ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการ อาทิ Professor Noel Tichy, Mr Robert Knowling, Mr Patti Stacey, Mr Chris DeRose

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร C.P.Group หลายครั้งเพื่อให้เกิดการฝึกอบรมครั้งนี้ ด้วยเห็นว่าการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ยอมที่จะหยุดที่จะคิด แต่ต้องคิดเพื่อจะทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา และการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น จะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีมงานที่แข็งแกร่ง การสร้างทีมจึงจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นจากสร้างความรู้สึกผ่อนคลายในทีมให้เกิดขึ้นร่วมกันก่อน และต้องมีวิธีการให้เกิดความเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในระดับผู้บริหารระดับสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงจะพัฒนาต่อยอดเชื่อมโยงการทำงานออกไปในวงกว้างมากขึ้น เช่น แสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชนตามโครงการสานพลังประชารัฐ รวมถึงการฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้

เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีงานใหญ่ที่ต้องดำเนินการคือ การปฏิรูปการศึกษาด้วยเวลาอันจำกัด เพราะที่ผ่านมามีความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้น และอาจจะมีความล้มเหลวรออยู่ในวันข้างหน้าได้ หากไม่ใช้โอกาสนี้ การปฏิรูปแม้จะดำเนินไปได้ แต่ก็จะช้ามาก

การประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารระดับซี 9-10-11 ของกระทรวงศึกษาธิการ มาร่วมเวิร์คช็อปตลอดระยะเวลา 3 วัน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 โดยในวันแรกมี CEO ของ C.P.Group เข้าร่วมการอบรมพร้อมกันด้วย

ในแง่ของความแตกต่างการทำงานเป็นทีมระหว่างภาครัฐและเอกชนนั้น รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ผู้บริหารภาคเอกชนส่วนใหญ่มักจะได้ทำงานอยู่กับที่ หากมีความสามารถมากพอ ในขณะที่ผู้บริหารภาครัฐ ไม่ว่าจะเก่งเพียงใด ก็จะต้องเติบโตและก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามจังหวะและโอกาสของแต่ละคน รวมทั้งกฎ ระเบียบ และกติกาของภาครัฐจะมีมากกว่าภาคเอกชน ทำให้ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการทำงานได้คล่องตัวน้อยกว่าภาคเอกชน จึงจำเป็นจะต้องปรับแก้กฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้ราชการมีความคล่องตัวมากขึ้น

ผลของการอบรมตลอด 3 วันนี้ ต้องการให้ผู้บริหารทุกท่านนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปสร้างระบบในองค์กรของตนเอง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เช่น ระบบข้อมูลด้านการศึกษาที่จะต้องถูกต้องตรงกันทุกหน่วยงาน เป็นต้น สิ่งสำคัญอีกประการที่คาดหวัง คือความเชื่อมโยงในการทำงานและประสานงานร่วมกันได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรี ทั้งยังคาดหวังว่าการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ (Outcome) ตามที่คาดหวังได้อย่างชัดเจน แต่ผลลัพธ์ด้านการศึกษา อาจจะไม่ชัดเจนเท่าภาคเอกชน เพราะงานด้านการศึกษาต้องใช้เวลา อาจไม่เห็นผลในทันที

ท้ายนี้ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความขอบคุณคณะผู้บริหารของ C.P. Group ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันในคณะทำงานสานพลังประชารัฐ และความร่วมมือในการอบรมครั้งนี้

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ต้องบันทึกไว้ในประวัติการทำงานส่วนตัวว่า เป็นความทรงจำที่ดีมากอีกครั้งหนึ่งของชีวิตที่ได้เห็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและผู้บริหารจากภาคเอกชนมาเข้าอบรมพร้อมกัน

จากการสังเกตการฝึกอบรม ทำให้เห็นว่าที่ประชุมมีความตั้งใจสูงมาก ถือเป็นปรากฏการณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะยังไม่มีการอบรมครั้งใดที่รวมผู้บริหารระดับสูงสุดไว้ได้พร้อมกันอย่างมากมายเช่นนี้ จึงสมควรได้รับการจดบันทึกไว้ในประวัติการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลต่าง ๆ จากการระดมสมองร่วมกัน ขอให้มีการบันทึกรวบรวมไว้ เพื่อต่อยอดนำไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและนายกรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไปด้วย ที่สำคัญอีกประการคือแนวทางต่าง ๆ จากการอบรม จะนำไปสู่การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ประเทศ คือ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดจนนำไปสู่สุดปลายทางความฝันอันยอดเยี่ยมของพวกเราต่อไป

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับในนามของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และในนามของหัวหน้าภาคเอกชนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) สู่การเวิร์คช็อปในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับประสบการณ์เช่นนี้ นอกเหนือจากการเป็นคณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐ และในการอบรมครั้งนี้ก็มีผู้บริหาร C.P.Group หลายท่านที่ร่วมเป็นคณะทำงานในประชารัฐ E5 มาเข้ารับการอบรมพร้อมกันด้วย

รูปแบบการอบรมครั้งนี้ ได้ใช้ Action Learning Program ซึ่งเป็นวิถีที่ประธาน C.P.Group ได้ริเริ่มดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว เพราะได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของคนเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อต้องการพัฒนาผู้นำที่ดีและเก่ง กล่าวคือ มีทั้งคุณธรรมและศักยภาพ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวิร์คช็อปในครั้งนี้ จะทำให้พวกเรามีโอกาสเรียนรู้ซึ่งกันและกันในเวลาเดียวกัน ทำให้เราได้เปิดมิติของมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียว สู่เป้าหมายเดียว

การทำงานในลักษณะ Action Learning คือการทำจริง ได้รับประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนจริง ก่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และที่สำคัญคือทำให้เกิดการทำงานข้าม (Cross) ระหว่างองค์กรและหน่วยงานด้วยกัน ที่เรียกว่าเป็น "ไซโล" เพราะหากองค์กรยังคงมีการสื่อสาร มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกิดขึ้นไม่เพียงพอ เราก็คงไม่สามารถมองปัญหาเป็นองค์รวมหนึ่งเดียวได้ เมื่อแยกกันทำก็ไม่สามารถแก้ปัญหา หรือสร้างโครงการใหม่ ๆ ที่เกิดประสิทธิผลได้จริง ดังนั้น "การทลายไซโล" จึงเป็นจุดสำคัญของกระบวนการและหลักสูตรการฝึกอบรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในองค์กรของรัฐและเอกชนหลายแห่งของโลก

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะได้เรียนรู้ร่วมกัน โดยย้ำว่า C.P.Group มีความตั้งใจอย่างสูงที่จะมาเรียนรู้จากทุกคนของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกัน เพื่อจะได้นำหลักการไปปรับใช้เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบการศึกษาและเป้าหมายของประเทศต่อไป

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวให้ข้อคิดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์การพัฒนาผู้นำ C.P. Group ว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ในหมู่อาจารย์ใหญ่หรือ "ผู้นำ" ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีนักเรียนนักศึกษาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบกว่า 7 ล้านคน และต้องยอมรับว่าระบบการบริหารงานของ C.P. Group ง่ายกว่าการบริหารงานในระบบราชการมาก เช่น การเปลี่ยนผู้บริหาร การเลื่อนตำแหน่ง

ตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการใหญ่จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการธุรกิจอาหารสัตว์ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานเมื่ออายุ 35 ปี จนถึงปัจจุบันใช้เวลานานกว่า 55 ปี ทำให้เห็นว่าการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่จะบริหารได้ง่ายๆ เพราะมีข้าราชการที่เก่ง ๆ จำนวนมาก เป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่และมีงบประมาณมากที่สุด ตลอดจนดูแลรับผิดชอบสถานศึกษาในทุกระดับจำนวนมาก และมีบุคลากรในความดูแลถึง 9 แสนคน ต้องบริหารต่อเนื่องและมีความเป็น "ไซโล" มากเช่นกัน และเมื่อเทียบกับ C.P. Group ที่มีบริษัทในเครืออยู่ทั่วประเทศ จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องให้บุคลากรได้รู้จักกัน เพราะแม้แต่ทำงานในบริษัทเดียวกัน หรือบริษัทในเครือเดียวกัน บุคลากรจำนวนมากก็ยังไม่รู้จักกัน จึงได้ก่อตั้งให้ศูนย์ CPLI แห่งนี้เกิดขึ้น

โอกาสนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวย้ำใน 2 ประเด็นหลักว่า

เรื่องแรก : มีความเข้าใจ เห็นใจและยกย่องข้าราชการในวันนี้ เพราะประเทศไทยอยู่ได้ด้วยระบบราชการเป็นหลัก ดังนั้นหากเราปรับระบบราชการให้มีความคล่องตัว ให้ข้าราชการได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และมีเงินเดือนที่สูงพอ ก็จะรักษาข้าราชการที่ดี ๆ ไว้ในระบบได้ เพราะความเป็นจริงประเทศไทยในวันนี้มีข้าราชการที่เก่ง ๆ จำนวนมาก แต่ในอนาคตข้างหน้าคนเก่งอาจจะไม่เข้ามาเป็นข้าราชการ หากไม่แก้ไขระบบให้ข้าราชการได้มีเงินเดือนที่สูงขึ้น คนเก่ง ๆ ก็จะไปหางานต่างประเทศกันหมด เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทสร้างคนเก่งให้อยู่ในระบบราชการมากขึ้น ซึ่งวิธีการขึ้นเงินเดือนก็ต้องเพิ่มงานให้มากขึ้นตามไปด้วย คนอาจจะหนักสมองได้ แต่อย่าให้หนักทางใจ วิธีการเช่นนี้เป็นหลักการสำคัญในการทำงาน พร้อมฝากเรื่องภาษาอังกฤษด้วย เพราะในโลกนี้สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษกันทั้งนั้น แม้แต่ประเทศจีน จึงเป็นความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถก้าวทันโลกได้

เรื่องที่สอง : มีเพียงไม่กี่คนที่อุทิศตนให้กับส่วนรวม เนื่องจากเงินเดือนไม่เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัว เพียงค่าใช้จ่ายส่งลูกเรียนหนังสือต่างประเทศก็ยังไม่พอ ซึ่ง คำว่า "พอ" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช พอก็คือพอสำหรับครอบครัวก่อน และ "เพียง" ก็คืออย่า Over เพราะแม้แต่ในระดับธุรกิจ ต้องบริหารรายได้ให้พอก่อน จึงจะไปทุ่มเทในส่วนอื่น

ดังนั้น C.P.Group จึงมีแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงระบบให้คนเก่งมีโอกาสแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ โดยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบไซโลมารวมกัน เพราะ C.P.Group เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็ก จะนำระบบของบริษัทใหญ่มาใส่ก็อาจจะไม่เกิดผล จึงต้องให้อิสระเพื่อให้ธุรกิจมีการขยายเติบโต แต่เมื่อเติบโตจนถึงทุกวันนี้ จึงต้องมีศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เก่ง ๆ อายุ 30 กว่า ๆ จากแต่ละบริษัท ให้มาเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ ให้ได้มารู้จัก เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน เพราะต้องการสร้างคนกลุ่มนี้ให้เป็น CEO หรือ "เถ้าแก่" ในอนาคต หากพูดให้สั้นก็คือ เถ้าแก่จะต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะสมัยนี้จะรู้เรื่องเดียวไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากสร้างคนเก่งขึ้นมาแล้ว แต่เขาไม่อยู่กับเราหรือถูกซื้อตัวไป ก็ควรจะต้องดีใจไปกับความก้าวหน้าและยิ่งต้องมีความเป็นมิตรกับเขามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองด้วยว่าให้โอกาสเขาเหล่านั้นดีไหม เราจึงไม่กลัวที่จะต้องสร้างคนเก่งขึ้นมาแล้วถูกบริษัทอื่นมาชุบมือเปิบไป เพราะถือว่าเป็นการสร้างคนเก่งให้กับสังคม ซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งที่ C.P.Group ควรจะต้องทำ

นายธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวด้วยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 2 ท่าน มาอยู่ร่วมกันตลอดในการฝึกอบรมครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการที่มีผู้บริหารมาเข้ารับการอบรมพร้อมกันในครั้งนี้

ในนามของภาคเอกชน ต้องการจะเห็นกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวให้ทันไปกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน ซึ่งยังไม่ช้าหรือสายเกินไป เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการถือเป็น "ต้นน้ำ" ในการผลิตคนเพื่อการพัฒนาประเทศ ส่วนภาคเอกชนเป็น "ปลายน้ำ" ที่จะใช้คนจากการผลิต จึงขอให้ความสำคัญในการผลิตและพัฒนาคนเก่ง ๆ ออกมาป้อนภาคธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น


• วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาทิ  พล.ต.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรูปแบบการอบรมเป็น Action Learning Program โดยอบรมในเวลาเดิม คือระหว่างเวลา 9.00-18.00 น. โดยคณะวิทยากรชั้นนำระดับโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก C.P.Group


• วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2559

ในวันสุดท้ายของการอบรม, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ พล.ต.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังคงให้ความสนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการตามโปรแกรม เช่นเดียวกับคณะผู้บริหารระดับสูงสุดของ C.P.Group เช่น นายธนินท์ เจียรวนนท์, นายศุภชัย เจียรวนนท์, นายธาดา เศวตศิลา เป็นต้น

ในพิธีปิดซึ่งเป็นไปอย่างเรียบง่าย, พล.ต.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เข้าร่วมการเวิร์คช็อปในครั้งนี้ครบทุกกระบวนการตลอดระยะเวลา 3 วัน ซึ่งถือเป็นความมหัศจรรย์ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีผู้บริหารระดับสูงสุดของ 2 องค์กรเข้าอบรมร่วมกันตลอดโปรแกรม และขอขอบคุณ C.P.Group ที่มีส่วนสนับสนุนการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการทั้งโครงการอบรมครั้งนี้ รวมทั้งโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) ซึ่งจากการประเมินโครงการสานพลังประชารัฐทั้ง 12 ชุด พบว่า E5 ซึ่งมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นประธานภาครัฐ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นประธานภาคเอกชน เป็นชุดที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด

เชื่อเหลือเกินว่า ในการสัมมนาตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการจะนำแนวคิดดี ๆ ไปขยับขยายอย่างไรให้การขับเคลื่อนการศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเรายังมี Know-how ล่าสุด แม้แต่ รมว.ศึกษาธิการ ยังวางแผนว่าต้องการให้ที่ดินของ สกสค. ที่เชียงใหม่ ที่มีปัญหาจากการก่อสร้างโรงแรม อาจจะนำไปก่อสร้างเป็นศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาที่ทันสมัยเช่นเดียวกับภาคเอกชน และภายหลังจากการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้แล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะมีแนวทางการขับเคลื่อนโครงการดี ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่าจากการอบรมและเสวนาในครั้งนี้ มีความรู้สึกประทับใจมาก เพราะได้เห็นระดับและศักยภาพในตัวของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ต่างไปจากภาคเอกชนเลย อยู่ที่ว่าจะนำเอาศักยภาพให้ออกมาสูงสุดได้อย่างไร เพื่อแชร์เป้าหมายเดียวกัน และนอกจากความรู้ ความตระหนักรู้ วัฒนธรรมองค์กรแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ การกระทำหรือการปฏิบัติของผู้นำให้เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งความตั้งใจและความเสียสละทุ่มเทในการทำงาน

ยกตัวอย่าง: ในสนามฟุตบอลของอังกฤษมี่มีความจุผู้ชมกว่า 7 หมื่นคน เวลาจะเล่นเวฟทั้งสนามในระหว่างการแข่งขัน พบว่าอาศัยคนเริ่มต้นเพียง 7 คน ลุกขึ้นพร้อมกันเท่านั้น หรือเท่ากับอัตราส่วน 1 : 10,000 หรือเมื่อเปรียบเทียบกับใน 1 ชีวิตคนเรา พบว่าเฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะได้พบปะทำงาน จ่ายเงิน ทำกิจกรรมกับผู้อื่นเฉลี่ย 80,000 คนต่อ 1 ชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนอื่น ๆ ในช่วงชีวิตของเราเพียงแค่ 100 คน หรือ 1 : 100 เท่านั้น ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นจำนวนมาก หรือภายหลังการอบรมครั้งนี้ ผู้บริหาร 30 คน สามารถสร้าง Impact ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในแง่ของการปฏิบัติหน้าที่ หรือเป็นตัวอย่างที่ดีจริง ๆ เพียง 100 คน ก็เท่ากับจะขยายตัวอย่างที่ดี ๆ ต่อไปได้อีก 3,000 คน และหาก 3000x100 คน ก็จะเป็น 3 แสนคน ดังนั้น ผู้นำจึงเป็นผู้ที่มีโอกาสเข้าถึงคนได้จำนวนมาก สามารถสร้างผลกระทบคำว่า "คุณค่า (Value)" ต่อสังคมและผู้อื่น

ทั้งนี้ ขอปวารณาในฐานะตัวแทนภาคเอกชนรายหนึ่งที่จะทำงานร่วมกัน เป็นไม้เป็นมือ ลองผิดลองถูกร่วมกับภาคราชการ ซึ่งเราเป็นสถาบันหนึ่งในองค์ประกอบที่ค่อนข้างพร้อมทางด้านวิชาชีพที่จะช่วยนำตัวอย่าง การปฏิบัติจริง องค์ความรู้ องค์ประกอบต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกับเรื่องการศึกษาให้เกิดขึ้น หรือทลายไซโลระหว่างภาครัฐกับเอกชนให้ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ จึงต้องการให้เกิดการทำงานร่วมกันและแชร์วิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดที่ใดมาก่อน ซึ่งจากการที่ได้หารือร่วมกันมาโดยตลอดเกี่ยวกับ Action Learning Program ที่ C.P.Group ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากถึง 20% ทำให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ C.P.ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ การที่ได้ร่วมการอบรมด้วยกันมาตลอด 3 วัน ทำให้เห็นว่าคณะผู้บริหาร C.P. มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้านการศึกษามากขึ้น คิดถึงการพัฒนาสถานศึกษากว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และทำให้เห็นว่าการอบรมหากเรียนจากผู้นำเป็นผู้นำด้วยการเป็นผู้ตามที่ดี ก็จะมีส่วนสำคัญยิ่ง ยืนยันว่าภายหลังจากการอบรมครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะกลับไปประชุมร่วมกันเพื่อสลายไซโลทั้งระดับ 5 องค์กรหลัก รวมทั้งข้าราชการระดับซี 9 ซี 8 ลงไป ซึ่งจะทำในรูปแบบ (Model) เดียวกัน

สิ่งสำคัญอีกประการ คือ การตอบแทนบุญคุณแผ่นดินของบุคคลหรือองค์กรต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก เราอาจจะได้พบผู้บริหารระดับโลกบางคนได้ไม่เกิน 5 นาที แต่สำหรับนายธนินท์ เจียรวนนท์ ถือเป๋นความโชคดีที่ชาวกระทรวงศึกษาธิการได้พบปะแลกเปลี่ยนตลอดระยะเวลา 3 วัน ก็เพราะนายธนินท์ฯ เป็นผู้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก

วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ดี และเป็นจุดเริ่มต้นที่ลูกหลานในอนาคตจะได้หันกลับมามองจุดเริ่มต้นในวันนี้


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์ใกล้เคียง



การเกลี่ยอัตรากำลังในการรองรับจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด
 13/04/2017
 10:25 น.



บัญชีรายละเอียดกลั่นกรอง อกศจ.มหาสารคาม ย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน
 15/03/2017
 17:25 น.



ผลการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา (ตามประกาศตำแหน่งว่าง)
 15/03/2017
 17:24 น.



ประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ
 03/03/2017
 21:01 น.



ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ...
 26/11/2016
 19:49 น.



วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
 25/11/2016
 13:58 น.



ศธ.ประกาศรายชื่อ 77 รองศึกษาธิการจังหวัด
 24/11/2016
 11:07 น.



รัฐบาลและประชาชนชาวไทยร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
 23/11/2016
 10:30 น.



ผลการประชุม Super Board ด้านการศึกษา 2/2559
 22/11/2016
 16:14 น.
 
 
 
 
 
เชื่อมโยงภายใน
- ทำเนียบบุคลากร
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงาน
- อัลบั้มรูปกิจกรรม
- อัลบั้มวิดีโอ
- เอกสารดาวน์โหลด

- เผยแพร่ผลงานวิชาการและบทความที่น่าสนใจ
- ผลงานดีกิจกรรมเด่น
- แผนที่การเดินทาง
- ผู้ดูแลระบบ
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม
85 ถ.ศรีสวัสดิ์ดำเนิน ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม 44000  เบอร์โทรติดต่อ  043-721626,Fax 043-721626
ติดต่อผู้ดูแล ict2015.mk1@gmail.com
Facebook    rss feed

เว็บไซต์ : สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม http://www.mhkpeo.go.th
Develop by Wuttichai Lonan : Imprement site : Sunchai Pabrafach